‘บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์’ กางแผนปี 2569 ชูวิสัยทัศน์ “Solutions Unfold” เดินหน้าลงทุนยกระดับเทคโนโลยีใหม่ ขยายกำลังผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูก ส่งมอบโซลูชันสร้างสรรค์นวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มที่แตกต่าง ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม

‘บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์’ กางแผนปี 2569 ชูวิสัยทัศน์ “Solutions Unfold” เดินหน้าลงทุนยกระดับเทคโนโลยีใหม่ ขยายกำลังผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูก ส่งมอบโซลูชันสร้างสรรค์นวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มที่แตกต่าง ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม

   เมื่อ : 2 พ.ค. 2569

‘บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์’ หรือ TIPAK หนึ่งในผู้นำการพัฒนาผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทยประกาศแผนปี 2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Solutions Unfold”ชูยุทธศาสตร์สร้างนวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value) สร้างความแตกต่างและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ประกาศแผนลงทุน ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ ขยายกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกเป็น 150,000 ตัน/ปี และกล่องกระดาษลูกฟูกเป็น 220ล้านกล่อง/ปี ณ โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ มุ่งขยายฐานลูกค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ชูธุรกิจบรรจุภัณฑ์เติบโตยั่งยืนในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ขานรับเทรนด์รักษ์โลกและอีคอมเมิร์ซเติบโต 

นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “TIPAK”) เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ “Solutions Unfold ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า” ด้วยความคิดสร้างสรรค์โดยจะพัฒนาบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์แผ่นกระดาษลูกฟูกและกล่องกระดาษลูกฟูกที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ขับเคลื่อนออกแบบการพัฒนาและผลิตบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร ภายใต้กรอบขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่า (High Value) ทั้งการเพิ่มคุณสมบัติป้องกันความชื้น ความแข็งแรงการเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณภาพได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลสูงสุด เพื่อส่งมอบโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ตรงจุดสามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะด้าน สนับสนุนความสำเร็จทางธุรกิจให้กับลูกค้าอย่างครบวงจรและก้าวสู่ผู้นำในการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทยที่ลูกค้าชั้นนำให้ความเชื่อมั่นมาอย่างยาวนาน 

ทั้งนี้ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มากว่า50ปี บริษัทฯ วางกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเดินหน้าลงทุนที่โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษได้ทำการติดตั้งเครื่องจักรสายการผลิต ลูกฟูกและระบบอัตโนมัติที่ใช้ในกระบวนการผลิต เช่น เครื่องพิมพ์กระดาษลูกฟูก  เครื่องตอกปะกาว เครื่องมัดอัตโนมัติและเครื่องกำเนิดไอน้ำ โดยคาดการณ์จะขยายกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูก เป็น150,000 ตัน/ปี และกล่องกระดาษลูกฟูกเป็น  220  ล้านกล่อง/ปี จากเดิมโรงงาน 2 แห่งมีกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูก เฉลี่ย140,000 ตัน/ปี และกำลังการผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกเฉลี่ย192ล้านกล่อง/ปีโดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิต เฉลี่ยกล่องและแผ่น อยู่ที่62.84% เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและความต้องการของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำและโรงงานต่างๆทั่วประเทศ ภายใต้ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ( Made to order) ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเชิงรุก

การลงทุนครั้งนี้   TIPAK  มุ่ง ยกระดับ การผลิตให้ มีความ ทันสมัย ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ เพื่อให้ มีประสิทธิภาพ ดี ยิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัว ลด การสูญเสียในกระบวนการผลิต  และยกระดับคุณภาพสินค้า ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ บริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม นอกจากนี้บริษัทฯ ยัง ได้วางระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบ โดยติดตามราคากระดาษม้วนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนการสั่งซื้อและจัดเก็บวัตถุดิบอย่างมีประสิ ทธิผล และการบริหารกลยุทธ์ด้านราคาให้สอดคล้องกับต้นทุน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”   นาย วีรชัย กล่าว

สำหรับภาพรวม มูลค่าตลาดบรรจุภัณฑ์กระดาษในประเทศ ปี  2569  คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ  1.5  และ  2. 9 ตามลำดับ   ( Krungthai  COMPASS: ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย) โดยมีปัจจัย จา กกระแสรักษ์โลก ( ESG & Sustainability)  ส่งผลให้ความต้องการโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ที่รีไซเคิลได้หรือย่อยสลา ได้ตามธรรมชาติ จากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม   และผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มขึ้น  ประกอบกับการขยายตัวของเมืองและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง  การซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์ อีคอมเมิร์ซ   ( E - Commerce ) ที่ขยายตัว  ทำให้ ความต้องการ บรรจุภัณฑ์ที่รักษาคุณภาพอาหารและสะดวกต่อการใช้งานยังมีสูง  อีกทั้งผู้ผลิตยังพัฒนาโซลูชัน อาทิ ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหารและลดการเน่าเสีย บรรจุภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี   RFID   เพื่อ กา รตรวจสอบย้อนกลับ ( Traceability) ช่วยสนับสนุนการเติบโต   ฯลฯ

นายทิฆัมพร มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการบริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “TIPAK”) กล่าวว่า แนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกของอุตสาหกรรรมต่างๆ ยังถือเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นพื้นฐานในห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมหลัก อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเคมีภัณฑ์ ทำให้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการเคลื่อนย้ายสินค้า ส่งผลให้สามารถรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างมั่นคงในทุกสภาวะเศรษฐกิจ และก้าวข้ามทุกสถานการณ์ความผันผวน ด้วยจุดเด่นของบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทกและการกดทับ ปกป้องสินค้าได้ดี ผสานกับข้อได้เปรียบน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้ง่าย ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นๆ สามารถผลิตได้หลากหลายรูปแบบตอบโจทย์ความต้องการใช้งาน เป็นวัสดุที่รีไซเคิลได้ง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 


ปัจจุบันบริษัทฯ พัฒนาและผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกกล่องกระดาษลูกฟูกที่ใช้กระดาษคราฟท์หลากหลายเกรดสำหรับทำผิวกล่อง (Kraft Liner Board) และทำลอนลูกฟูก (Corrugating Medium) โดยดำเนินธุรกิจแบบ Business-to-Business (B2B) มีสินค้าหลักแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 


1)แผ่นกระดาษลูกฟูก (Corrugated Sheet Board) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นด้วยกระดาษคราฟท์ แล้วนำมาประกบกันด้วยกาวลักษณะพิเศษ ซึ่งบริษัทฯ สามารถผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกให้หลากหลายตามความต้องการใช้งานของลูกค้า ทั้งในด้านชนิดของแผ่นกระดาษลูกฟูกและชนิดของลอนลูกฟูกแบบต่างๆ 2) กล่องกระดาษลูกฟูก (Corrugated Box) มีคุณสมบัติโครงสร้างที่แข็งแกร่งและกันกระแทก มีขนาดและรูปลักษณ์ที่เหมาะกับการขนส่งแทบทุกประเภท รวมทั้งพัฒนาตามความต้องการของลูกค้า อาทิ กล่องฝาชน (Regular Slotted Container – RSC) กล่องฝาเกย (Overlap Slotted Container – OSC) และ กล่องฝาครอบ (Full Telescope)เป็นต้น นอกจากนี้ เพื่อยกระดับสู่การเป็นโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value) บริษัทฯ ยังให้บริการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ผสานเข้ากับบริการออกแบบกราฟิกและเทคโนโลยีการพิมพ์ขั้นสูง ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์และมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์สินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบครบวงจร (One-Stop Service)

บริษัทฯ  วางแผน ส่งมอบโซลูชันที่สร้างสรรค์นวัตกรรม  ผ่าน การ สร้างมูลค่าเพิ่ม ( Value-added)   ให้กับ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์กล่องกระดาษลูกฟูก   โดย นำ ทีมงาน ที่มีความเชี่ยวชาญ พัฒนานวัตกรรมในผลิตภัณฑ์และออกแบบบรรจุภัณฑ์ มาสร้างมูลค่าเพิ่ม   อาทิ การเพิ่มคุณสมบัติป้องกันความชื้น ความแข็งแรง  มุ่ง ขยายฐานลูกค้าใหม่ไปยังกลุ่มอุตสาหกรรม ที่หลากหลาย  ทั้งกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร รวมถึงกลุ่มอีคอมเมิร์ซ ( E-commerce)  เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  โดยในปี  2568  บริษัทฯ  เป็นผู้ผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกที่มียอดขายเป็นอันดับ  4  ของประเทศไทย   มียอดขายจากการผลิตและจำหน่าย สินค้า วม  2,537.22  ล้านบาท ซึ่งมาจากลูกค้าภายในประเทศ   100% และมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ( Active Customers)  มากกว่า  775   ราย   อยู่ในอุตสาหกรรมที่หลากหลายและมีอัตราการเติบโต สู ง อาทิ อุตสาหกรรม เยื่อและกระดาษ อาหารและเครื่องดื่ม  และ อุตสาหกรรม พลาสติก   ฯลฯ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ