WHA Group เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว และเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม โชว์ความสำเร็จ ESG รอบด้าน พร้อมยกระดับ WHA สู่การเป็น “นิคมฯ แห่งแรกของไทยที่พัฒนาระบบนิเวศทางธรรมชาติ และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม”

WHA Group เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว และเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม โชว์ความสำเร็จ ESG รอบด้าน พร้อมยกระดับ WHA สู่การเป็น “นิคมฯ แห่งแรกของไทยที่พัฒนาระบบนิเวศทางธรรมชาติ และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม”

   เมื่อ : 6 มิ.ย. 2569

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

WHA Group  ยกระดับความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ไปอีกขั้น ภายใต้การดำเนินงาน ผ่าน  5  กลยุทธ์หลัก     การดูแลสิ่งแวดล้อม  การสร้างพลังทางสังคม การบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมและธรรมาภิบาล การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสีเขียวและการเป็นผู้ส่งเสริมความยั่งยืนให้กับประเทศ  พร้อมเปิดเผยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในรอบปี ทั้งด้านพลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจรและการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ( EV)  ควบคู่ไปกับความคืบหน้าของโครงการปลูกป่า นำร่องภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด  2  ( WHA ESIE  2 ) ซึ่งเป็นนิคมฯ แห่งแรกของประเทศที่มีการพัฒนาระบบนิเวศทางธรรมชาติและฟื้นฟู ความหลากหลายทางชีวภาพ  (Biodiversity) ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับพันธกิจในการสร้าง  Net Positive Impact  ภายในปี 2050 สะท้อนการดำเนินงานที่ก้าวล้ำเกินกว่าเพียงการลดคาร์บอน  

คุณปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAID กล่าวว่า “ภายใต้แนวคิดของคุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ที่มีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในการพัฒนาโมเดลธุรกิจสีเขียวด้วย “ยุทธศาสตร์กรีนต้องกินได้” หมายถึงการทำให้ความยั่งยืนเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สร้างทั้งผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันไปพร้อมกัน ซึ่งไม่ได้เพียงแค่ใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจของเราเอง แต่ยังต้องการมีส่วนสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการลดคาร์บอนและเศรษฐกิจหมุนเวียน เราเป็นผู้บุกเบิกในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการลดคาร์บอน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ พร้อมสร้างระบบนิเวศที่รองรับเทคโนโลยีสีเขียวทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าของ WHA Group เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางทรัพยากร การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนข้อกำหนดและมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก”

 

สำหรับการดำเนินการภายใต้โมเดลธุรกิจสีเขียว WHA Group ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนให้เป็น 1,222 เมกะวัตต์ และเพิ่มปริมาณการจัดการน้ำด้วยระบบ Reclamation Water เป็น 24.25 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 10,000 คันภายในปี 2030 นอกจากนั้น ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเทคโนโลยีเพื่อการลดคาร์บอน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานแห่งอนาคต อาทิ โรงไฟฟ้า SMR กรีนไฮโดรเจน เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน ( CCUS ) ตลอดจนมุ่งพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาของเสียอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมาย ในการจัดการขยะอุตสาหกรรม ในนิคมอุตสาหกรรม การรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุ และนำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่หมดอายุใช้งานมาสร้างประโยชน์

นอกเหนือจากการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวตามแนวทางของ  WHA Group  แล้ว  WHAID  ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินควบคู่กันไป   ด้วยแนวคิดดังกล่าว  WHA  จึงเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายแรกของประเทศไทยที่นำแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ   (Biodiversity มาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน และพร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ภายใต้ สถานการณ์ที่ความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังลดลงอย่างรวดเร็วจากปัจจัยต่าง ๆ เรา เล็งเห็นถึง ความสำคัญในการเร่งฟื้นฟู สิ่งแวดล้อม อัน เป็นหัวใจสำคัญของการสร้าง ’ผลกระทบเชิงบวกสุทธิ ( Net Positive Impact)’ ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดรับกับ แผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ ( 2566 - 2570 ) เราจึงตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการสูญเสียพื้นที่ป่าโดยรวม ( No Gross Deforestation) ภายในปี 2573 และจะบรรลุผลกระทบเชิงบวกสุทธิทางชีวภาพ ( Net Positive Impact on Biodiversity) ภายในปี 2 593 ด้วย หลักการ Avoid, Minimize, Restore, Regenerate และ Transform โดยได้ ริเริ่มโครงการพัฒนาระบบนิเวศและ ฟื้นฟู ความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ด้วยความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ฯ บนพื้นที่ 150 ไร่ใน 3 นิคมฯ ในปี 2568 ซึ่งจะเพิ่มเป็น 233 ไร่ ใน 8 นิคมฯ ภายในปี 2569 ” คุณปจงวิช กล่าวเสริม

คุณ สมิทธิ หาเรือนพืชน์  Chief Nature-based Solutions Officer  มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ   ได้อธิบายถึงหลักการที่อยู่เบื้องหลังการทำงานร่วมกันนี้ว่า “โครงการ พัฒนาระบบนิเวศและ ฟื้นฟู ความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่สีเขียวในนิคมอุตสาหกรร   WHA ESIE 2  ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำ  Nature -b ased Solutions  มาประยุกต์ใช้เพื่อ ทำให้ พื้นที่ สีเขียวใน นิคมอุตสาหกรรม มีคุณภาพ   และความหลากหลายทางช ีวภาพที่ดีขึ้น  เราเริ่มต้นโครงการในปี  2568  ด้วยการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ ขั้นต้น  (Biodiversity Baseline Survey)   ทำให้ ทราบว่า พื้นที่ดังกล่าว  มีพรรณไม้  89  ชนิด   และนก  31  ชนิด รวมถึงสภาพดินที่มี อินทรียวัตถุปานกลาง   และความหนาแน่นสูง ข้อมูล  ’Baseline’  เหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนการฟื้นฟูอย่างเป็นขั้นตอน นอกจากนี้ ยังมีโครงการนำร่องการ การพัฒนาและฟื้นฟูความสมบูรณ์ของดิน ผ่านแนวคิดเกษตรเชิงฟื้นฟูและการปรับปรุงดิน ( Soil Regenerative)  ในพื้นที่นิคมฯ  ESIE 3  และ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง  36   ( RY36 )   ให้เตรียมพร้อมต่อการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพต่อไปในอนาคต

ด้วยแนวทางที่วางแผนอย่างเป็นระบบ WHA Group ได้เริ่มดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดย ในปี 2568 ได้มีการปลูกต้นไม้ไปแล้ว มากกว่า 15, 800 ต้น บนพื้นที่ 6 9 ไร่ของ WHA ESIE 2 และ WHA ESIE3 สำหรับในปี 2569 จะปลูกเพิ่มเติมอีก 81 ไร่ใน WHA ESIE 2 และ RY36 นอกจากนี้ ได้ วางแผนที่จะขยายผลไปยังนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยมีเป้าหมายเพิ่มเติมในการปลูกป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศอีก 82ไร่ภายในปี 2569 ครอบคลุมนิคมฯ หลายแห่ง เช่น เขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ สระบุรี ( WHA SIL ) นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 ( CIE1 ) นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด ( ESIE ) นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 ( ESIE1 ) และ เขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง ( RIL ) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ความพยายามในการสร้าง ผลกระทบเชิงบวกทางชีวภาพ อย่าง ต่อเนื่อง ของ WHA Group

ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้าง  Net Positive Impact  และการ ดำเนินการ ด้าน  Nature และ Biodiversity  อย่างจริงจัง ของ  WHA Group กำลังร่วมขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ  ควบคู่ไปกับวางรากฐานสำคัญสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ผนวก แผนการพัฒนาระบบนิเวศเข้า ไปในแผนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมนับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการ ’Shape the Future for Thailand’  ในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นต่อไป