TRT ปรับโครงสร้างทุนบริษัทย่อย เสริมฐานการเงินรับการเติบโต คาด Q2 ผลงานใกล้เคียง Q1 พร้อมลุ้นปันผลระหว่างกาล หาก Cash Flow แข็งแกร่ง
TRT ปรับโครงสร้างทุนบริษัทย่อย เสริมฐานการเงินรับการเติบโต คาด Q2 ผลงานใกล้เคียง Q1 พร้อมลุ้นปันผลระหว่างกาล หาก Cash Flow แข็งแกร่ง
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าของไทย เดินหน้าปรับฐานการเงินกลุ่มบริษัท เสริมแกร่ง รองรับการเติบโตของธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ล่าสุดบอร์ดอนุมัติแผนปรับโครงสร้างทุน บริษัท แอล.ดี.เอส.เมทัล เวิร์ค จำกัด (LDS Metal Work) บริษัทย่อย เพื่อยกระดับฐานะการเงิน ล้างผลขาดทุนสะสม เพิ่มทุนปรับโครงสร้างทางการเงินและเสริมเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มใกล้เคียงไตรมาสแรก พร้อมพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล หากกระแสเงินสดเป็นไปตามแผน
นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างทางการเงินของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว โดยล่าสุดคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแผนปรับโครงสร้างทุนของ บริษัท แอล.ดี.เอส.เมทัล เวิร์ค จำกัด (LDS Metal Work) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TRT ถือหุ้นในสัดส่วน 92.50% เพื่อฟื้นฐานะทางการเงินและรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
สำหรับแผนดังกล่าว ประกอบด้วยการ ลดทุนจดทะเบียน ผ่านการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ของหุ้น เพื่อล้างผลขาดทุนสะสมของบริษัทย่อย ก่อนดำเนินการ เพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อนำเงินที่ได้รับไปใช้ปรับโครงสร้างทางการเงินและเสริมเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) รองรับการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการปรับฐานทางการเงินให้มีความเหมาะสมกับทิศทางการเติบโตในอนาคต มากกว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจแต่อย่างใด
ภายใต้แผนดังกล่าว บริษัทย่อยจะลดทุนจดทะเบียนจาก 120 ล้านบาท เหลือ 30 ล้านบาท ผ่านการลดมูลค่าหุ้นจาก 100 บาท เหลือ 25 บาทต่อหุ้น ก่อนเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกไม่เกิน 515 ล้านบาท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็นไม่เกิน 545 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปใช้ในการปรับโครงสร้างทางการเงินและเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป
นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า การปรับโครงสร้างทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการบริหารเงินลงทุนภายในกลุ่มบริษัท เพื่อให้ทุกบริษัทในเครือมีฐานะการเงินที่แข็งแรง สามารถรองรับโครงการขนาดใหญ่และการขยายธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วโลกยังมีความต้องการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายระบบส่งไฟฟ้า การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition)
”TRT ไม่ได้มองเพียงผลประกอบการระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างฐานการเงินที่มั่นคงในทุกบริษัทภายในกลุ่ม เพื่อรองรับการเติบโตในอีกหลายปีข้างหน้า การปรับโครงสร้างทุนของ LDS จึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว”
ในส่วนของผลการดำเนินงาน บริษัทประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มใกล้เคียงกับไตรมาสแรกของปี โดยยังได้รับแรงสนับสนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงคำสั่งซื้อจากโครงการด้านระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่ทยอยส่งมอบอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าบริหารต้นทุนและกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและรองรับแผนการลงทุนในอนาคต
สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผล นายสัมพันธ์ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหากผลการดำเนินงานและ กระแสเงินสด (Cash Flow) เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ บริษัทมีโอกาสพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ตามความเหมาะสม
”เรายังคงยึดหลักการสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต กับการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้น หากสถานะกระแสเงินสดมีความแข็งแรงเพียงพอ คณะกรรมการก็พร้อมพิจารณาการจ่ายเงินปันผลตามนโยบายของบริษัท”
นายสัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า TRT ยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์การก้าวสู่ Global Energy Infrastructure Player โดยมุ่งขยายธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่และอุปกรณ์ระบบส่งไฟฟ้าสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั่วโลก การขยายโครงข่ายไฟฟ้า การลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ส่งผลให้ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง