จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลัง ไทยเบฟ ขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ” ยกระดับองค์ความรู้สู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลัง ไทยเบฟ ขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ” ยกระดับองค์ความรู้สู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (”ไทยเบฟ”) ผนึกความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ”โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ” เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน มุ่งขยายผลด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลลัพธ์และประโยชน์สู่ประชาชนอย่างครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและการเสริมสร้างศักยภาพคนในชุมชนให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ ตลอดจนสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และสามารถขยายผลสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ
พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้นโดยมี ศาสตราจารย์ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ริเริ่มโครงการ “ด้วยจงรักและภักดี” และประธานกรรมการ บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง(ประเทศไทย)จำกัด เป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือฯ ร่วมด้วยคณะอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะผู้บริหารไทยเบฟ และบริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วม ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไทยเบฟในครั้งนี้ สะท้อนถึงการบูรณาการองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาเข้ากับศักยภาพของภาคเอกชน เพื่อร่วมสร้างกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ โดยการนำองค์ความรู้ด้านการศึกษา การวิจัย วิชาการ และการบริหารจัดการองค์ความรู้ในด้านการผลิต การค้า และการบริการ ไปถ่ายทอดให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในระดับอำเภออย่างเหมาะสม พร้อมติดตามให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถวัดผลและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นในการเป็น ผู้นำแห่งการสร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างเสริมสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยยึดมั่นในปณิธานที่ว่า ”เกียรติภูมิจุฬาฯ คือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมผลักดันงานวิจัยสร้างประโยชน์แก่สังคมสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนต่อไป”
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ( มหาชน ) ผู้ริเริ่มโครงการ “ ด้วยจงรักและภักดี ” และประธานกรรมการ บริษัทชุมชนเข้มแข็งพอเพียง( ประเทศไทย ) จำกัดกล่าวว่า “ไทยเบฟ น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่จะทรง “ สืบสานรักษาและต่อยอดและครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป ” พร้อมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อนำไปต่อยอด การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ โดย ได้ดำเนินโครงการ “ ด้วยจงรักและภักดี ” สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เนื่องในปีมหามงคล พุทธศักราช ๒๕๖๙ – ๒๕๗๐ ผ่านการจัดตั้งบริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท (อำเภอ) พอเพียง จำกัดเพื่อพัฒนาให้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมในระดับอำเภอทั่วประเทศ จำนวน ๙๒๘ บริษัท โดย มุ่งเน้นการดำเนินงานใน ๓ ภาคส่วน ประกอบด้วย การผลิต การค้า และการบริการ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของคนในพื้นที่ระดั บ อำเภอ และสร้างประโยชน์ในท้องถิ่น ตลอดจนร่วมกันพัฒนาและยกระดับท้องถิ่นสู่สากล ควบคู่กับการนำองค์ความรู้ และมาตรฐานสากลมาพัฒนาท้องถิ่น ( Drive Local to Global and Bring Global Back Locally)
ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการศักยภาพระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อนำองค์ความรู้ด้านวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
ไทยเบฟเชื่อมั่นว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการสร้างองค์ความรู้ การสร้างโอกาส และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ แต่เป็นการร่วมกันสร้างกลไกการพัฒนาที่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”
ความร่วมมือในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานของ บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด ที่เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันยกระดับองค์ความรู้ในมิติต่าง ๆ เสริมสร้างศักยภาพชุมชน และผลักดันเศรษฐกิจฐานรากในระดับอำเภอให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนอันนำไปสู่เป้าหมายในการ “สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข”