บทความทางกฎหมายเรื่อง “กฎหมายป้องกันการคุกคามทางเพศ” บทใหม่ในการคุ้มครองสังคมไทย โดยอัยการวรเทพ สกุลพิชัยรัตน์

บทความทางกฎหมายเรื่อง “กฎหมายป้องกันการคุกคามทางเพศ” บทใหม่ในการคุ้มครองสังคมไทย โดยอัยการวรเทพ สกุลพิชัยรัตน์

   เมื่อ : 6 ม.ค. 2569

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ได้มีประกาศราชกิจจานุเบกษา พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2568 โดยมีผลใช้บังคับวันถัดจากวันประกาศราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 30 ธันวาคม 2568)

 

โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว คือ

 

“ เนื่องในปัจจุบันมีการกระทำความผิดทางเพศในหลายรูปแบบและเป็นการกระทำต่อบุคคลทุกวัยทุกเพศ รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ อันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ถูกกระทำ ดังนั้น จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติม บทนิยามคำว่า “กระทำชำเรา” และเพิ่มบทนิยามคำว่า “คุกคามทางเพศ” เพื่อให้ครอบคลุมถึงการกระทำความผิดในพฤติการณ์ต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย และเนื่องจากในปัจจุบันปัญหาการคุกคามทางเพศมีเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งกฎหมายที่มีการกำหนดให้การกระทำในลักษณะดังกล่าวมีความผิดนั้น มีเพียงความผิดฐาน ก่อความเดือดร้อนรำคาญซึ่งเป็นความผิดฐานลหุโทษและยังไม่ตรงกับ ลักษณะของการกระทำที่เป็นการคุกคามทางเพศโดยตรง สมควรกำหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผิดทางอาญา เพื่อเป็นการลงโทษผู้กระทำความผิดและปรามมิให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น และกำหนดวิธีการเพื่อความปลอดภัยเพื่อป้องกันสังคมจากปัญหาการคุกคามทางเพศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”

 

และไม่ว่าจะเป็นการบังเอิญ หรือด้วยเหตุใดก็ตาม เกิดเหตุการณ์ “นักร้องดัง” โพสต์ข้อความอันมีลักษณะน่าจะเข้าข่าย “ การคุกคามทางเพศ” ในวันและเวลาที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับแล้ว จึงเป็นประเด็นไวรัลในสังคม

 

มาดูว่า กฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญอะไรบ้าง ( แต่จะขอกล่าวเฉพาะ เรื่อง การคุกคามทางเพศ เท่านั้น)

 

1. นิยามและลักษณะของการคุกคามทางเพศ

 

” คุกคามทางเพศ ” หมายความว่า กระทำโดยทางกาย วาจา การส่งเสียง การแสดง

 

อากัปกิริยาหรือท่าทาง การติดต่อสื่อสาร การเฝ้าดู การติดตามรังควาน หรือกระทำด้วยประการใด ๆรวมถึงกระทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โทรคมนาคม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นที่สามารถแสดงผลให้เข้าใจความหมายได้ ต่อผู้อื่น อันมีลักษณะส่อไปในทางเพศ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเดือดร้อนรำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม หวาดกลัว หรือได้รับความไม่ปลอดภัยในทางเพศ”

กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดนิยามของ “การคุกคามทางเพศ” ให้ครอบคลุมการกระทำที่กว้างขึ้นเพื่อให้ทันต่อยุคสมัย โดยมีลักษณะดังนี้:

 

• วิธีการกระทำ : กระทำโดยทางกาย วาจา การส่งเสียง การแสดงอากัปกิริยาหรือท่าทาง การติดต่อสื่อสาร การเฝ้าดู การติดตามรังควาน หรือกระทำด้วยประการใด ๆ

 

ครอบคลุมการกระทำด้วย “ คำพูด สายตา อาการ ท่าทาง แสง เสียง หรือวิธีอื่นใด”

 

• ช่องทางการกระทำ: รวมถึงการกระทำผ่าน “ระบบคอมพิวเตอร์” หรือ เครื่องมือสื่อสารอื่น ๆ ที่สามารถแสดงผลให้เข้าใจความหมายได้ต่อผู้อื่น

 

• ผลของการกระทำ: การกระทำนั้น “ ต้องมีลักษณะส่อไปในทางเพศ” และเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ “ ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม หรือเกิดความหวาดกลัว หรือความไม่ปลอดภัยในทางเพศ”

 

2. ระดับความผิดและบทลงโทษ

 

กฎหมายได้แบ่งระดับของความผิดตามความสัมพันธ์ของการกระทำและผลที่เกิดขึ้นไว้ ดังนี้:

 

2.1 ระดับเบื้องต้น (มาตรา 284/1):

 

“ ผู้ใด คุกคามทางเพศต่อผู้อื่น ( แต่การกระทำนั้นอาจจะยังไม่ถึงขั้นอนาจาร) จนเป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ อับอาย หรือหวาดกลัว”

 

บทลงโทษ : ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ถือว่าเป็นความผิดที่ยอมความได้

 

2.2 ระดับกลาง : การคุกคามทางเพศที่มีลักษณะ “ กระทำต่อเนื่อง / กระทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง และเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ”

 

บทลงโทษ : ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ถือว่าเป็นความผิดที่ยอมความได้

 

2.3 ระดับสูงขึ้น : การคุกคามทางเพศที่กระทำในที่สาธารณสถาน หรือ กระทำต่อหน้าธารกำนัล หรือในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้

 

บทลงโทษ : ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ถือว่าเป็นความผิดที่ยอมความได้

 

2.4 ระดับสูงที่สุด : การคุกคามทางเพศที่กระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี (ไม่ว่าเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม)

 

บทลงโทษ : ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ถือว่าเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้

 

2.5 ระดับที่มีเหตุฉกรรจ์ (มาตรา 284/2) :

ถ้าการคุกคามทางเพศนั้นมีลักษณะกระทำโดย “ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า” เช่น ผู้บังคับบัญชา นายจ้าง หรือผู้ที่มีหน้าที่ปกครองดูแล ผู้มีอำนาจเหนือประการอื่น

 

บทลงโทษ : ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

3. มาตรการเพิ่มเติมของศาล

 

3.1 “สั่งห้าม” : ( มาตรา284/3 ) ถ้าได้ความว่า จำเลยมีพฤติการณ์ “ อันควรเชื่อ” ได้ว่า จำเลยจะคุกคามทางเพศ หรือ รบกวนการดำเนินชีวิตตามปกติของผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง ( ไม่ว่าคดีนั้นศาลจะมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยหรือไม่ก็ตาม)

 

ศาลอาจสั่ง “ห้าม” มิให้จำเลยกระทำการอย่างหนึ่ง อย่างใด ตามเงื่อนไขและภายในเวลาที่ศาลกำหนด (แต่ต้องไม่เกิน 2 ปี)

 

3.2 สั่งให้จัดการข้อมูล : (มาตรา 284/4) ถ้าการคุกคามทางเพศนั้น กระทำผ่าน “ ระบบคอมพิวเตอร์” หรือ “เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ” ให้ศาลมีอำนาจ “ สั่ง”

 

ให้ผู้กระทำผิด ( ผู้นำเข้าข้อมูล , ผู้ควบคุมข้อมูล หรือผู้ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์) “ระงับการเผยแพร่” และ “ลบข้อมูล” ที่มีลักษณะคุกคามทางเพศออกจากระบบคอมพิวเตอร์ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด

 

บทลงโทษ : หากฝ่าฝืนคำสั่งศาลดังกล่าว ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

3.3 สั่งให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: ศาลอาจ “ สั่งให้ผู้กระทำผิดเข้ารับการ อบรมหรือรับคำปรึกษา” เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมทางเพศ

 

สรุปสาระสำคัญ: กฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นการ “ คุ้มครองสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย ” และ “ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ” โดยขยายขอบเขตไปถึง “ โลกออนไลน์” และ เพิ่มโทษหนักขึ้นในกรณีที่ผู้กระทำอาศัย “ สถานะที่เหนือกว่า” หรือ“กระทำต่อผู้ที่อ่อนแอกว่า ”

 

กรณีศึกษา: ข่าวไวรัล นักร้องดัง ดปกร.

 

โลกออนไลน์มักพบว่า ผู้เสียหายโพสต์รูปภาพตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง หรือ ข้อความในโซเชียลมีเดียของตนเองแล้ว ต่อมามักจะถูกชาวเน็ต ( นักเลงคีย์บอร์ด) เข้ามาโพสต์แสดงความคิดเห็นในลักษณะ “คุกคามทางเพศ” ( Sexual Harassment ) เช่น การใช้ถ้อยคำแทะโลม การวิพากษ์วิจารณ์สรีระร่างกายในเชิงลามกอนาจาร ( การกระทำที่ไม่สมควรทางเพศ) หรือการแสดงความต้องการทางเพศอย่างเปิดเผย อันทำให้ผู้เสียหาย รู้สึกเดือดร้อนรำคาญ ได้รับความอับอาย หรือเกิดความหวาดกลัว หรือเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในทางเพศ

 

เมื่อนำภาพและข้อความที่ผู้เสียหายโพสต์ และข้อความที่นักร้องดังโพสต์แสดงความคิดเห็นตามที่ปรากฏเป็นข่าว มาปรับเข้ากับกฎหมายเรื่อง “ การคุกคามทางเพศ” ที่แก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่า

 

“ การแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ของผู้เสียหาย รวมถึงการโพสต์ภาพและข้อความของนักร้องดังดังกล่าว อาจทำให้เจ้าของโพสต์ (ผู้เสียหาย) รู้สึกเดือดร้อนรำคาญ ได้รับความอับอาย หรือเกิดความหวาดกลัวหรือความไม่ปลอดภัยในทางเพศ” อันอาจเป็นความผิดฐาน “ คุกคามทางเพศ” ตามมาตรา 284/1 ดังที่ได้กล่าวแล้ว ทั้งนี้เนื่องจาก กฎหมายฉบับนี้มุ่งคุ้มครองการกระทำผ่าน “เครื่องมือสื่อสารและระบบคอมพิวเตอร์” ไว้อย่างชัดเจน,

 

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

 

1. สังคมได้อะไรจาก “กฎหมาย” ฉบับนี้?

 

1.1 การอุดช่องว่างทางกฎหมาย : ก่อนการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ การคุกคามทางเพศที่ยังไม่ถึงขั้น “ล่วงละเมิดทางร่างกาย” มักจะเอาผิดได้ยาก กฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้จึงเข้ามาคุ้มครอง “สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย” และ “ สภาพจิตใจ” ของประชาชนให้ครอบคลุมมากขึ้น,

 

1.2. สร้างมาตรฐานใหม่ในโลกออนไลน์ : เป็นการเตือนสติว่า

“เสรีภาพในการแสดงออก” ต้องไม่ไปละเมิด “ศักดิ์ศรีทางเพศ” ของผู้อื่น

 

2. สังคมได้อะไรจาก “ ข่าว ” นี้?

 

2.1 ความตระหนักรู้ (Awareness): ข่าวของคนดังจะช่วยให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจนว่า พฤติกรรมที่เคยคิดว่าเป็น “เรื่องตลก” หรือการ “แซวเล่น” ในโซเชียลมีเดีย แท้จริงแล้วคือความผิดทางกฎหมาย

 

2.2 การเคารพซึ่งกันและกัน: ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็น “ดารา” หรือ “ บุคคลสาธารณะ” ทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิง หรือ ผู้ชาย หรือ เพศทางเลือก ก็มีสิทธิที่จะไม่ถูกคุกคามทางเพศ และอาจถูกดำเนินคดีได้ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ชาย” “ผู้หญิง” หรือ “เพศทางเลือก” และควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพอย่างเท่าเทียมกัน

 

3. ข้อเสนอแนะ: ประชาชนควรศึกษาขอบเขตของกฎหมายนี้ เพื่อป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อ และในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังการ “ ใช้ถ้อยคำในที่สาธารณะ” เพื่อไม่ให้กลายเป็นผู้กระทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสียเอง ทั้งนี้ หากตกเป็นผู้กระทำผิดแล้ว จะเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งมีโทษจำคุก หรือปรับ และไม่ได้เป็นความผิดลหุโทษ ฐาน ก่อความเดือดร้อนรำคาญ อีกต่อไป และอาจจะเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ ( ถ้า) ไป “ คุกคามทางเพศ” แก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี (ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม)

 

การเปรียบเทียบ : “ กฎหมายคุกคามทางเพศ” เปรียบเสมือน “รั้วล่องหน” ที่คอยคุ้มครอง “พื้นที่ส่วนตัว” ของทุกคน แม้จะไม่ได้ “สัมผัสเนื้อตัวร่างกาย” กัน แต่หากใคร ส่งเสียงหรือขว้างปาสิ่งของ (คำพูด/ข้อความ) เข้ามาสร้างความวุ่นวายในทางเพศ “รั้ว” (ล่องหน) นี้จะทำหน้าที่ “แจ้งเตือน” และ “ลงโทษ” ผู้บุกรุกทันที เพื่อรักษาความสงบสุขในบ้านของทุกคน

 

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนเกี่ยวกับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับล่าสุด (ฉบับที่ 29 พ.ศ. 2568) ซึ่งมีการปรับปรุงเนื้อหาเพื่อให้เท่าทันต่อสถานการณ์สังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเด็นการคุกคามทางเพศ

 

“เสรีภาพในการแสดงออก” ต้องไม่ไปละเมิด “ศักดิ์ศรีทางเพศ” ของผู้อื่น

 

“ อบอุ่นในโลกออนไลน์ เดียวดายหน้าบัลลังก์”

• นายวรเทพ สกุลพิชัยรัตน์

 

อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด 1.

 

(อดีต) รองประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ( คนที่สอง) ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ในสภาผู้แทนราษฎร ( สมัยที่ 25)

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ