ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 67 แม้เศรษฐกิจโลก-ไทย ท้าทายขึ้น เคาะปันผล 5 บาท/หุ้น ดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง ชี้ปี 69 เดินหน้า “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่” พร้อมสู้ทุกความท้าทาย

ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 67 แม้เศรษฐกิจโลก-ไทย ท้าทายขึ้น เคาะปันผล 5 บาท/หุ้น ดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง ชี้ปี 69 เดินหน้า “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่” พร้อมสู้ทุกความท้าทาย

   เมื่อ : 29 ม.ค. 2569

ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 รักษาวินัยการเงินเข้มข้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 67 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายขึ้น ชี้ผลการปรับโครงสร้างธุรกิจ หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี พร้อมเคาะปันผล 5.0 บาท/หุ้น ดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง ปี 2569 ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว เอสซีจีจึงเดินหน้าเข้มข้น ด้วยวินัยการเงิน – เข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร – เสริมแกร่ง รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว มุ่งกลยุทธ์ Regional Optimization ชูเวียดนาม เป็นฐานผลิตรับตลาดในประเทศและส่งออกตลาดโลก พร้อมดันสินค้า SVP - HVA และ Green ที่แนวโน้มเติบโตสูง – เอาอยู่ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย 

 

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า “ปี 2568 เอสซีจีเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน ซึ่งกระทบต่อทุกุตสาหกรรมโดยเฉพาะปิโตรเคมี ขณะที่ไทย เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7% จากปีก่อน หนี้ครัวเรือนอยู่ระดับสูง สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขัน และวิกฤตอุทกภัย แต่เอสซีจีบริหารกระแสเงินสด หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจได้ดี โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 2567 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้สินสุทธิดง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน สะท้อนการรักษาวินัยทางการเงินเข้มข้น การบริหารต้นทุนอย่างมีระสิทธิภาพ การปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี และการเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของทุกธุรกิจ ทั้งยังดูแลผู้ถือหุ้นให้ได้รับผลตอบแทนต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 5.0 บาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของกำไรสำหรับปี 2568”

สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท 2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท  ปี 2569 เอสซีจีประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัว แต่เริ่มเห็นโอกาสจากหลายสัญญาณบวก เช่น ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง เอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้ง ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังเติบโตต่อเนื่องจากการบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโต และความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่อง เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด เอสซีจีจึงวางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสดังกล่าวในปี 2569 ไว้ 4 ด้าน 

“แม้ปี 2569 ยังมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและไทย แต่เอสซีจีจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของทุกธุรกิจ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย และหาโอกาสเติบโตใหม่ ๆ มั่นใจว่าเรา “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่”” นายธรรมศักดิ์ กล่าวปิดท้าย

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเป็นเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับครึ่งปีแรกในอัตราหุ้นละ 2.5 บาท เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 2.5 บาท กำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเฉพาะผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามข้อบังคับของบริษัท ตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 2 เมษายน 2569 (จะขึ้นเครื่องหมาย XD หรือวันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 1 เมษายน 2569) โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 เมษายน 2569 และให้รับเงินปันผลภายใน 10 ปี 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ