‘สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน’ ประกาศแผนปี 69 รับมือตลาดผันผวน ชูยุทธศาสตร์รุกทั่วไทย จัดตั้งบอร์ดภูมิภาค พร้อมสานวิสัยทัศน์ B-Q-O เร่งตลาดรับสร้างบ้านฟื้นตัว

‘สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน’ ประกาศแผนปี 69 รับมือตลาดผันผวน ชูยุทธศาสตร์รุกทั่วไทย จัดตั้งบอร์ดภูมิภาค พร้อมสานวิสัยทัศน์ B-Q-O เร่งตลาดรับสร้างบ้านฟื้นตัว

   เมื่อ : 31 ม.ค. 2569

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน’ กางแผนปี 2569 สานต่อวิสัยทัศน์ B-Q-O : Brand Awareness – Quality – Organization เดินหน้าจัดตั้ง ‘บอร์ดภูมิภาค’ (Regional Committee) เป็นครั้งแรก นำร่องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ หัวหอกลุยจัดงานแฟร์สัญจร ขยายพื้นที่สร้างการรับรู้มาตรฐานก่อสร้างบ้านถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ เผยสรุปตัวเลขปี 2568 ตลาดบ้านสร้างเอง มีมูลค่า 190,134 ล้านบาท หดตัว 11% ชี้ ‘ต่างจังหวัด’ เติบโตแข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่ง 77% กรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วงมาอยู่ที่ 23% เตรียมชงรัฐอัดยาแรง 3 เรื่อง 1. คนละครึ่งภาคอสังหาฯ 2. ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี ‘อีก 2 ปี’ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570 และ 3. เตรียมเสนอขยายวงเงินลดหย่อนภาษีปลูกสร้างบ้านจาก 100,000 บาท เพิ่มเป็น 500,000 บาท มั่นใจช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ เร่งตลาดฟื้นตัว แนะผู้บริโภค ‘สร้างบ้านตอนนี้…คุ้มที่สุด’ ก่อนต้นทุนพุ่งรอบใหม่ สถานการณ์ภาพรวมตลาดบ้านสร้างเองปี 2568 คาดการณ์มูลค่ารวมปิดที่ 190,134 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 11% ตามภาวะเศรษฐกิจ เผยข้อมูลเชิงลึก “ตลาดต่างจังหวัด” นำโดยภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 77% เมื่อเทียบกับตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล 

พร้อมประกาศแผนงานในปี 2569 เน้นกลยุทธ์ตั้งรับที่ดำเนินธุรกิจแบบประคองตัว (Conservative) ท่ามกลางเศรษฐกิจโดยรวมที่ค่อนข้างผันผวน ทั้งนี้ คาดว่าภายหลัง “การเลือกตั้ง” แล้วเสร็จ และดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อย ทางสมาคมฯ เตรียมนำเสนอ 3 มาตรการกระตุ้นตลาดรับสร้างบ้านให้กับคณะรัฐบาลชุดใหม่ได้พิจารณา คือ มาตรการคนละครึ่งภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือ “รัฐช่วยจ่าย” และอีกมาตรการที่นำเสนอให้ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี “ออกไปอีก 2 ปี” จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570 พร้อมทั้งเตรียมเสนอภาครัฐออกมาตรการขยายวงเงินลดหย่อนภาษีปลูกสร้างบ้านจาก 100,000 บาท เพิ่มเป็น 500,000 บาท เพื่อสะท้อนต้นทุนจริง และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ชี้เป็นโอกาสทองของผู้บริโภคตัดสินใจ “สร้างบ้านตอนนี้…คุ้มที่สุด” ก่อนค่าแรงและวัสดุจะปรับขึ้นราคาตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

ทั้งนี้  เมื่อเจาะลึกตลาดบ้านสร้างเองแยกเป็นรายภูมิภาค นายอนันต์กร กล่าวว่า “ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดได้รับผลกระทบน้อยกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑล และยังคงมีฐานความต้องการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยวในภาคใต้และหัวเมืองใหญ่ในภาคอีสาน” 

  • ภาคใต้ มีมูลค่า 34,224 ล้านบาท ครองสัดส่วน 18% ถือเป็นตลาดภูมิภาคที่แข็งแกร่งที่สุดในปี 2568
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีมูลค่า 32,323 ล้านบาท ครองสัดส่วน 17% 
  • ภาคเหนือ มีมูลค่า 30,421 ล้านบาท ครองสัดส่วน 16% 
  • ภาคตะวันออก มีมูลค่า 26,619 ล้านบาท ครองสัดส่วน 14% 
  • ภาคตะวันตก มูลค่า 15,211 ล้านบาท ครองสัดส่วน 8% 
  • ภาคกลาง มูลค่า 7,605 ล้านบาท ครองสัดส่วน 4%

เตรียมชงรัฐงัด “ยาแรง” ปลดล็อกกำลังซื้อ

นายอนันต์กร กล่าวว่า การเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะจุดชนวนความเชื่อมั่นและเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้กลับคืนมา นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้เตรียมข้อเสนอเชิงรุกต่อภาครัฐ 3 มาตรการ เพื่อกระตุ้นตลาดบ้านสร้างเอง ปลดล็อกกำลังซื้อ และเป็นการเร่งฟื้นฟูตลาดให้กลับมาเร็วขึ้น

1. โมเดล “คนละครึ่งภาคอสังหาฯ” เสนอให้รัฐพิจารณามาตรการ “รัฐช่วยจ่าย” (Co-payment) เช่น สนับสนุนค่าวัสดุก่อสร้างบางส่วน หรือ อุดหนุนดอกเบี้ยช่วงแรก เพื่อลดภาระคนอยากมีบ้าน

2. สมาคมฯ ได้ทำจดหมายส่งถึงกระทรวงการคลัง เรื่องขอให้พิจารณาต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี “ออกไปอีก 2 ปี” จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570 

3. เตรียมข้อเสนอขยายเพดาน “สร้างบ้านลดหย่อนภาษี” จากผู้ที่ต้องการสร้างบ้านสามารถนำค่าจ้างก่อสร้างบ้านมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 100,000 บาท ในอนาคตทางสมาคมฯ เตรียมนำข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อขยายเพดานลดหย่อนสูงสุดเป็น 500,000 บาท ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ที่ต้องการการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง 

โดยทั้ง 3 มาตรการดังกล่าว นำเสนอเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงในปัจจุบันที่ปรับราคาสูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจสำคัญให้คนตัดสินใจสร้างบ้านที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งนำมาสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และส่งเสริมการจ้างงานในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืน

 

“สมาคมฯ ยังคงมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานคุณภาพ และเดินหน้าสร้างการเติบโตของตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศ ภายใต้เศรษฐกิจที่รอการฟื้นตัว โดยสมาคมฯ ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมเป็นพันธมิตรที่มั่นคงให้กับผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านคุณภาพ ที่ไม่ทิ้งงาน โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายมูลค่าตลาดรวมไว้ใกล้เคียงกับปี 2568 คือประมาณ 1.9 แสนล้านบาท” นายอนันต์กร กล่าว