IHG Hotels & Resorts เชื่อมั่นศักยภาพไทย ยกเป็นดินแดนแห่งโอกาส
IHG Hotels & Resorts เชื่อมั่นศักยภาพไทย ยกเป็นดินแดนแห่งโอกาส
คุณเอลี มาลูฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IHG Hotels & Resorts ประกาศเจตนารมณ์เดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วไทย
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 27 มกราคม 2569 – IHG Hotels & Resorts (IHG) หนึ่งในบริษัทโรงแรมชั้นนำระดับโลก ประกาศวิสัยทัศน์ชูประเทศไทยเป็น ดินแดนแห่งโอกาส พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับโลกอย่างต่อเนื่องในปี2569 และในอนาคต
นับตั้งแต่การเปิดตัวโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยอย่าง ฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท ภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ. 2530 IHG ได้เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างมั่นคง จนปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้วถึง 40 แห่ง และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 39 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้ IHG สามารถขยายพอร์ตโฟลิโอในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า
ในปีที่ผ่านมา โรงแรมในเครือ IHG ยังได้สร้างงานใหม่กว่า 500 ตำแหน่งในประเทศไทย ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมงาน จนปัจจุบันมีบุคลากรรวมกว่า 6,000 คน ที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงแรมทั่วประเทศ
ในโอกาสการเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งล่าสุด คุณเอลี มาลูฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IHG Hotels & Resorts ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อประเทศไทย โดยระบุว่าแม้ในปีที่ผ่านมาทั่วโลกจะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาคในหลายด้าน แต่ประเทศไทยยังคงยืนหยัดในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลกที่ครองใจนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกอย่างเหนียวแน่น
“ปีนี้จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นและสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ IHG ในประเทศไทย ซึ่งเราเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า เป็นดินแดนแห่งโอกาส โดยเฉพาะในขณะที่ประเทศไทยตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 36 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเดินทางภายในประเทศกว่า 205 ล้านครั้ง เราพร้อมขานรับพันธกิจนี้ด้วยการขยายทางเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทางโดยเราจะต่อยอดความสำเร็จของพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มLuxury & Lifestyle เพื่อตอบสนองความต้องการการเข้าพักที่เน้นประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจในเซกเมนต์พรีเมียมและกลุ่ม Mainstreamซึ่งในปีนี้ เรามีแผนเปิดตัวโรงแรมใหม่เพิ่มอีก 5 แห่งในกรุงเทพฯ ภายใต้แบรนด์ Hotel Indigo, Crowne Plazaและ Holiday Inn Express” คุณเอลี มาลูฟ กล่าว
“การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของเจ้าของโรงแรมที่มีต่อศักยภาพในระยะยาวของประเทศไทย รวมถึงความมั่นใจในแบรนด์ของเราด้วยเช่นกัน โดยเรายังคงเห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนห้องพักในกรุงเทพฯ ซึ่งในปี 2568 มีจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ห้องในย่านศูนย์กลางธุรกิจ ส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนห้องพักรวมทั้งสิ้นกว่า 83,000 ห้อง
“ในขณะเดียวกัน เจ้าของโรงแรมจำนวนมากต่างให้ความสำคัญกับการลงทุนปรับโฉมและรีแบรนด์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์ในระยะยาว โดยเรามุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักลงทุนท้องถิ่นเพื่อขยายเข้าสู่จุดหมายปลายทางใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับศักยภาพการเติบโตของแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ IHG ยังคงมุ่งมั่นประสานความร่วมมือกับภาครัฐ พันธมิตรในอุตสาหกรรม และเจ้าของโรงแรม เพื่อเสริมศักยภาพให้ประเทศไทยยืนหยัดในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน”
คุณเอลี มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้างอยู่ทุกแห่งทั่วภูมิภาค พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ของ IHG ในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวคุณเอลี กล่าวเสริมว่า “แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก แต่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในปี 2568 โดยมีปัจจัยพื้นฐานสำคัญเป็นแรงขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ การเติบโตของจำนวนประชากร และการขยายตัวของกลุ่มชนชั้นกลาง นอกจากนี้ ความต้องการเดินทางภายในภูมิภาคยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากเส้นทางบินระหว่างประเทศที่หนาแน่นที่สุดในโลก 10 อันดับแรกในปีที่ผ่านมา พบว่าอยู่ในภูมิภาคนี้ถึง 7 อันดับ ซึ่งรวมถึงเส้นทางกรุงเทพฯ-ฮ่องกง ที่ติดอยู่ในอันดับที่ 7 ด้วยเช่นกัน”
“เราคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทั้งในปีนี้และต่อเนื่องไปในอนาคต ซึ่งIHG มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นหัวใจสำคัญในความสำเร็จของการเติบโตนี้”
คุณเอลี อธิบายเพิ่มเติมว่า ในขณะที่ IHG เดินหน้าขยายการเติบโตของทุกแบรนด์ในเครืออย่างต่อเนื่อง เรากำลังมุ่งเฟ้นหาแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาปรับใช้ เพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจให้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การเข้าพักของผู้ใช้บริการ ณ โรงแรมในเครือกว่า 6,800 แห่งทั่วโลกให้เหนือระดับไปอีกขั้น
“เรากำลังรุดหน้าอย่างรวดเร็วในการพัฒนาและนำเทคโนโลยีอันทรงพลังมาปรับใช้ เพื่อตอบโจทย์ให้แก่ทั้งผู้เข้าพัก เจ้าของโรงแรม และองค์กรของเรา โดยหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีของ IHG ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้โรงแรม การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงสุด และการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับแขกผู้เข้าพัก”
“เราตระหนักดีถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพัก และช่วยลดภาระงานของทีมงานโรงแรม เพื่อให้พวกเขามีเวลาทุ่มเทให้กับการส่งมอบบริการที่ยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจบริการ โดยทั้งหมดนี้อยู่บนพื้นฐานของระบบการกำกับดูแลและความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารักษาระดับความสำคัญสูงสุดเสมอมา”
“ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่มีถึง 20 แบรนด์ ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ตลาด IHG จึงมีความพร้อมในการส่งมอบประสบการณ์การเข้าพักที่ยอดเยี่ยมและตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยคุณเอลี กล่าวเสริม
ว่า “เรายังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องในทุกแบรนด์ โดยเฉพาะในกลุ่ม Luxury & Lifestyle ซึ่ง IHG มีพอร์ตโฟลิโอโรงแรมในกลุ่มนี้ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ด้วยจำนวนกว่า 560 โรงแรมใน 80 ประเทศ” คุณเอลี กล่าวเสริม
”ในประเทศไทย เรามีพอร์ตโฟลิโอโรงแรมระดับเวิลด์คลาสที่ได้รับรางวัลการันตีความสำเร็จมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Six Senses, InterContinental, Kimpton, Vignette Collection และ Hotel Indigo ซึ่งล้วนเป็นแบรนด์ที่ครองใจทั้งแขกผู้เข้าพักและได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรเจ้าของโรงแรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตลาดการท่องเที่ยวระดับ Luxury มีการเติบโตเกือบ 10% ต่อปี ซึ่งเราพร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนการเติบโตดังกล่าวด้วยแผนการเปิดโรงแรมใหม่ในกลุ่ม Luxury & Lifestyle ที่คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 38% ของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งหมดในไทย เพื่อขานรับนโยบายภาครัฐที่มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก”
“นอกจากนี้ตลาด Branded Residences ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา เราได้เปิดตัวโครงการระดับแลนด์มาร์คถึงสองแห่ง ได้แก่InterContinental Residences Bangkok Asoke ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยแบบ standalone ภายใต้แบรนด์InterContinental แห่งแรกของโลก และโครงการ The Residences at InterContinental Phuket Resort ซึ่งทั้งสองโครงการจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอที่พักอาศัยระดับ Luxury ของเราในภูมิภาค เฉก
“ในขณะเดียวกัน เรายังคงมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มแบรนด์ Mainstream อย่างเต็มกำลัง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งของโรงแรมทั้งหมด 40 แห่งในประเทศไทยและมีสัดส่วนสูงถึง 41% ของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เราเล็งเห็นโอกาสอันสำคัญในการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดในเซกเมนต์นี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศผ่านแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง Holiday Inn, Holiday Inn Express และ Garner”
เกี่ยวกับ IHG Hotels & Resorts
IHG Hotels & Resorts เครือโรงแรมระดับโลก ดำเนินธุรกิจด้วยเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นส่งต่อแนวคิด True Hospitality for Good
ด้วยแบรนด์โรงแรมในเครือกว่า 20 แบรนด์ และ IHG One Rewards หนึ่งในระบบสมาชิกที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดของโลก IHG โดยมีสมาชิกมากกว่า 145 ล้านคน ปัจจุบัน IHG มีโรงแรมกว่า 6,800 แห่ง ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกกว่า 2,300 แห่ง
• Luxury & Lifestyle: Six Senses, Regent Hotels & Resorts,InterContinental Hotels & Resorts, Vignette Collection,Kimpton Hotels & Restaurants, Hotel Indigo
• Premium: voco hotels, Ruby, HUALUXE Hotels & Resorts,Crowne Plaza Hotels & Resorts, EVEN Hotels
• Essentials: Holiday Inn Express, Holiday Inn Hotels & Resorts, Garner hotels, avid hotels
• Suites: Atwell Suites, Staybridge Suites, Holiday Inn Club Vacations, Candlewood Suites
• Exclusive Partners: Iberostar Beachfront Resorts
InterContinental Hotels Group PLC เป็นกลุ่มบริษัทโฮลดิ้ง (Group’s holding company) จัดตั้งขึ้น และจดทะเบียนในประเทศอังกฤษและเวลส์ มีพนักงานที่ทำงานในเครือโรงแรม และสำนักงานของบริษัทรวมกันกว่า 385,000 คนทั่วโลก
ท่านสามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อดูข้อมูลโรงแรมและการสำรองห้องพัก และ IHG One Rewards รวมถึงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน IHG One Rewards ได้ที่ Apple App หรือ Google Play
และสามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเราได้ที่ Newsroomหรือติดตามความเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียได้ทาง LinkedIn
*ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568