MAGURO Group เปิดกลยุทธ์ธุรกิจ สุดปัง ตั้งเป้าเติบโตกว่า 30% พร้อมเพิ่ม SSSG

MAGURO Group เปิดกลยุทธ์ธุรกิจ สุดปัง ตั้งเป้าเติบโตกว่า 30% พร้อมเพิ่ม SSSG

   เมื่อ : 19 ก.พ. 2569

MAGURO Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารชั้นแนวหน้าในประเทศไทย เปิดกลยุทธ์ใหญ่ ประจำปี 2569 มั่นใจตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30 % ตอกย้ำวิสัยทัศน์สำคัญที่มอบประสบการณ์ อาหาร “ต้นตำรับและเข้าถึงได้” เตรียมเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง ได้แก่ “Kaiten Sushi Ginza Onodera” ซูชิสายพานระดับพรีเมียมในตำนาน ครั้งแรกของไทยและเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ และ “IPPE KOPPE” ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นชื่อดัง ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือของ Tonkatsu AOKI ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านหมูทอดทงคัตสึ ผสานกลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างรอบด้าน ขยายสาขาของแบรนด์เรือธงภายในเครืออย่างต่อเนื่อง และเพิ่มยอดขายในร้านเดิม (SSSG) 

 

●      เปิดตัวแบรนด์ใหม่ โดย เปิด 2 แบรนด์ใหม่ร้านอาหารญี่ปุ่น ได้แก่

1.      Kaiten Sushi Ginza Onodera (ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ) ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง จากเครือ Onodera Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ ระดับโลก ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ต้องไปสักครั้ง (Food Destination) เมื่อท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะสายซูชิเลิฟเวอร์ ซึ่งจุดเด่นสำคัญ คือ “คุณภาพของวัตถุดิบ ระดับพรีเมียม” ที่นับว่าเป็นการยกระดับประสบการณ์ มื้ออาหารของร้านซูชิสายพาน ให้เทียบเท่าร้าน โอมากาเสะ (Omakase) ในราคาที่เข้าถึงได้ ทานได้บ่อยๆ และมีอิสระในการควบคุมงบประมาณ ในมื้อนั้นๆ โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะเป็น สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นร้านแฟลกชิพสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

2.      IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ ซึ่งเป็นแบรนด์ ในเครือของ Tonkatsu AOKI ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านหมูทอดทงคัตสึ โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างจากแกงกะหรี่ ญี่ปุ่นทั่วไป ด้วยการพิถีพิถันปรุงเมนูแกงกะหรี่สำหรับรับประทานคู่กับเมนูทงคัตสึเพื่อยกระดับรสชาติ ให้ดีที่สุด ใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นเพื่อให้ได้แกงกะหรี่ที่เข้มข้น รสชาติสมดุล และเข้ากันได้ดีกับทงคัตสึ การันตีคุณภาพโดยเป็นร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นชื่อดัง ที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่ จาก Tabelog ต่อเนื่องกว่า 6 สมัย โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2569 นี้


 

●      สร้างการเติบโตของยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ใช้กลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการเติบโต ผ่านการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างหลากหลายมากขึ้น เช่น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเมนูใหม่ๆ ตามฤดูกาล การเปิดตัวแคมเปญโปรโมชันพิเศษที่จะหมุนเวียนตลอดทั้งปี รวมถึงการเพิ่มการเข้าใช้บริการของลูกค้าสมาชิกกว่า 300,000 ผู้ใช้งาน (user) ผ่านสิทธิพิเศษมากมายตลอดทั้งปี ด้วย “Give More Club” ระบบสมาชิกแบบไร้รอยต่อ ให้ลูกค้าระบบสมาชิกสามารถใช้ได้กับทุกแบรนด์ร้านอาหารภายใน เครือ MAGURO Group เพื่อมอบหลากหลายสิทธิประโยชน์แบบพิเศษมากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการ กลับมาใช้บริการซ้ำ และจูงใจให้อยากใช้บริการแบรนด์อื่นๆ ภายในเครือฯ อีกด้วย

 

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในปี 2569 งวด 9 เดือนแรก MAGURO มีรายได้รวม 1,389 ล้านบาท เติบโต 42% และมีกำไรสุทธิ 103 ล้านบาท เติบโต 65% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน