ธนจิรา กรุ๊ป ทำนิวไฮ ปี 68 สร้างรายได้รวม 1,882 ล้านบาท เคาะจ่ายปันผล 0.27 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจไลฟ์สไตล์รีเทลครบวงจร
ธนจิรา กรุ๊ป ทำนิวไฮ ปี 68 สร้างรายได้รวม 1,882 ล้านบาท เคาะจ่ายปันผล 0.27 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจไลฟ์สไตล์รีเทลครบวงจร
บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2568 (มกราคม – ธันวาคม 2568) สร้างสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ (All-Time High) ด้วยรายได้รวม 1,882 ล้านบาท เติบโต 6.1% จากปีก่อนหน้า (YoY) มีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ ในช่วงเทศกาลปลายปี โดยในช่วงไตรมาส 4/2568 เติบโตดีต่อเนื่อง จากกลุ่มแฟชั่น Marimekko, GANNI และ UNITED ARROWS รวมถึงการกลับมาฟื้นตัวชัดเจนของกลุ่มไลฟ์สไตล์ PANDORA เปิดตัวคอลเลกชันที่กระตุ้นดีมานด์ของลูกค้าใหม่ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกหลายด้าน สำหรับปี 69 บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโต 10-12% เตรียมรุกโปรเจกค์ใหม่ให้กลุ่มรีเทล แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ รวมทั้งขยายแบรนด์ HARNN ในประเทศจีนต่อเนื่อง เพื่อเสริมการเติบโตระยะยาว
ในด้านการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า บริษัทฯ ได้เปิดตัว TANACHIRA CLUB แพลตฟอร์มสมาชิกบน LINE Official Account ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้า (Data-Driven Strategy) เชื่อมโยงประสบการณ์ระหว่างแบรนด์ในเครือ มอบสิทธิประโยชน์เฉพาะบุคคล (Personalized Engagement) และยังช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารแบรนด์อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานงวดปี 2568 ในอัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่ากำไรสุทธิปี 2568 โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับปันผล (Record Date) ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กำหนดจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและความเชื่อมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดี ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น
ธนจิรา กรุ๊ปเดินหน้าสร้างการเติบโตควบคู่ความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามหลัก ESG อย่างเป็นระบบ ล่าสุดในปีที่ผ่านมาได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ระดับ “A” และผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับ 5 ดาว นับเป็นปีแรกที่บริษัทเข้ารับการประเมิน สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการสู่ความโปร่งใสและความรับผิดชอบในระยะยาว