TK เผยผลประกอบการ 2568 รายได้ 902.9 ล้านบาท ปันผล 100.0 ล้านบาท 0.20 บาทต่อหุ้น เงินสดในมือพร้อม ขยายพอร์ตในประเทศและต่างประเทศ คู่คุมคุณภาพลูกหนี้

TK เผยผลประกอบการ 2568 รายได้ 902.9 ล้านบาท ปันผล 100.0 ล้านบาท 0.20 บาทต่อหุ้น เงินสดในมือพร้อม ขยายพอร์ตในประเทศและต่างประเทศ คู่คุมคุณภาพลูกหนี้

   เมื่อ : 1 มี.ค. 2569

บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย รายงานผลประกอบการประจำปี 2568 มีรายได้รวม 902.9 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อรวม 1,624.8 ล้านบาท กำไร 90.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 668.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนของเงินสด เงินฝาก และสินทรัพย์ทางการเงินอยู่ที่ 3,524.6 ล้านบาท พร้อมใช้ขยายธุรกิจเดิมและลงทุนในธุรกิจใหม่ แบบไม่ใช้เงินกู้ D/E ปี 2568 ต่ำเพียง 0.06 เท่า ประกาศปันผล 0.20 บาทต่อหุ้น รวม 100.0 ล้านบาท เผยปี 2569 เดินกลยุทธ์กระจายพอร์ตสินเชื่อที่เหมาะสม ขยายตลาดในประเทศแบบเน้นคุณภาพลูกหนี้ สร้างการเติบโตธุรกิจในต่างประเทศต่อเนื่อง พร้อมมองหาโอกาสเพิ่มรายได้จากธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ที่สร้างผลตอบแทนสูง

 

“ในปี 2568 TK มีพอร์ตสินเชื่อรวม 1,624.8 ล้านบาท ลดลง 18.5% จาก 1,994.5 ล้านบาท เป็นพอร์ตเช่าซื้อ 1,559.7 ล้านบาท ซึ่ง 38.5% หรือ 625.5 ล้านบาท เป็นยอดเช่าซื้อในประเทศ ขณะที่ 57.5% หรือ 934.2 ล้านบาท มาจากยอดเช่าซื้อที่ต่างประเทศใน สปป.ลาว และกัมพูชา โดยในปี 2569 นี้ เราได้กำหนดกลยุทธ์ดำเนินงานในการสร้างพอร์ตสินเชื่อภาพรวมให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม สร้างการเติบโตในการปล่อยสินเชื่อรถจักรยานยนต์ในประเทศแบบค่อย ๆ โต โดยให้น้ำหนักในเรื่องคุณภาพของลูกหนี้เป็นสำคัญ พร้อม ๆ กับการขยายพอร์ตเช่าซื้อในต่างประเทศที่กำลังเติบโต โดยตั้งเป้าสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อในประเทศกับต่างประเทศที่ประมาณ 50 : 50 ในปีนี้”

ความท้าทายในการดำเนินธุรกิจเช่าซื้อยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมของ ธปท. ที่มีผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและรายได้จากค่าติดตามทวงถามหนี้ รวมถึงกฎหมายการเข้ามากำกับดูแลธุรกิจให้เช่าซื้อของ ธปท. อย่างไรก็ดี บริษัทฯ พร้อมที่จะดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์และมาตรการต่าง ๆ ในส่วนของประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ของ สคบ. เรื่องให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ที่กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่ 23% ต่อปี ซึ่งไม่ครอบคลุมกับต้นทุนและความเสี่ยงที่สูงขึ้นของกลุ่มลูกหนี้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่มีความเปราะบาง โดยในปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย อาจจะพิจารณาโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการ และอาจปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้เหมาะสมเป็นธรรมและไม่ก่อให้เกิด Moral Hazard เป็นประเด็นที่บริษัทก็ติดตามอย่างใกล้ชิดเช่นกัน นายประพล กล่าว

 

อนึ่ง ในปี 2568 ที่ผ่านมา TK มีค่าใช้จ่ายในการบริหารรวม จำนวน 644.5 ล้านบาท ลดลง 21.5 % จาก 821.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา จากการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน ด้านต้นทุนทางการเงิน ปี 2568 จำนวน 11.5 ล้านบาท ลดลง 63.4% จาก 31.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทมีการกู้เงินน้อยลง ขณะที่บริษัทฯ มีสถานะเงินสด เงินฝาก และสินทรัพย์ทางการเงิน อยู่ที่ 3,524.6 ล้านบาท D/E ปี 2568 อยู่ที่ 0.06 เท่า ซึ่งลดลงจากสิ้นปี 2567 ที่ 0.08 เท่า

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ