TK เผยผลประกอบการ 2568 รายได้ 902.9 ล้านบาท ปันผล 100.0 ล้านบาท 0.20 บาทต่อหุ้น เงินสดในมือพร้อม ขยายพอร์ตในประเทศและต่างประเทศ คู่คุมคุณภาพลูกหนี้
TK เผยผลประกอบการ 2568 รายได้ 902.9 ล้านบาท ปันผล 100.0 ล้านบาท 0.20 บาทต่อหุ้น เงินสดในมือพร้อม ขยายพอร์ตในประเทศและต่างประเทศ คู่คุมคุณภาพลูกหนี้
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย รายงานผลประกอบการประจำปี 2568 มีรายได้รวม 902.9 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อรวม 1,624.8 ล้านบาท กำไร 90.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 668.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนของเงินสด เงินฝาก และสินทรัพย์ทางการเงินอยู่ที่ 3,524.6 ล้านบาท พร้อมใช้ขยายธุรกิจเดิมและลงทุนในธุรกิจใหม่ แบบไม่ใช้เงินกู้ D/E ปี 2568 ต่ำเพียง 0.06 เท่า ประกาศปันผล 0.20 บาทต่อหุ้น รวม 100.0 ล้านบาท เผยปี 2569 เดินกลยุทธ์กระจายพอร์ตสินเชื่อที่เหมาะสม ขยายตลาดในประเทศแบบเน้นคุณภาพลูกหนี้ สร้างการเติบโตธุรกิจในต่างประเทศต่อเนื่อง พร้อมมองหาโอกาสเพิ่มรายได้จากธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ที่สร้างผลตอบแทนสูง
“ในปี 2568 TK มีพอร์ตสินเชื่อรวม 1,624.8 ล้านบาท ลดลง 18.5% จาก 1,994.5 ล้านบาท เป็นพอร์ตเช่าซื้อ 1,559.7 ล้านบาท ซึ่ง 38.5% หรือ 625.5 ล้านบาท เป็นยอดเช่าซื้อในประเทศ ขณะที่ 57.5% หรือ 934.2 ล้านบาท มาจากยอดเช่าซื้อที่ต่างประเทศใน สปป.ลาว และกัมพูชา โดยในปี 2569 นี้ เราได้กำหนดกลยุทธ์ดำเนินงานในการสร้างพอร์ตสินเชื่อภาพรวมให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม สร้างการเติบโตในการปล่อยสินเชื่อรถจักรยานยนต์ในประเทศแบบค่อย ๆ โต โดยให้น้ำหนักในเรื่องคุณภาพของลูกหนี้เป็นสำคัญ พร้อม ๆ กับการขยายพอร์ตเช่าซื้อในต่างประเทศที่กำลังเติบโต โดยตั้งเป้าสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อในประเทศกับต่างประเทศที่ประมาณ 50 : 50 ในปีนี้”
ความท้าทายในการดำเนินธุรกิจเช่าซื้อยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมของ ธปท. ที่มีผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและรายได้จากค่าติดตามทวงถามหนี้ รวมถึงกฎหมายการเข้ามากำกับดูแลธุรกิจให้เช่าซื้อของ ธปท. อย่างไรก็ดี บริษัทฯ พร้อมที่จะดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์และมาตรการต่าง ๆ ในส่วนของประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ของ สคบ. เรื่องให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ที่กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่ 23% ต่อปี ซึ่งไม่ครอบคลุมกับต้นทุนและความเสี่ยงที่สูงขึ้นของกลุ่มลูกหนี้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่มีความเปราะบาง โดยในปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย อาจจะพิจารณาโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการ และอาจปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้เหมาะสมเป็นธรรมและไม่ก่อให้เกิด Moral Hazard เป็นประเด็นที่บริษัทก็ติดตามอย่างใกล้ชิดเช่นกัน นายประพล กล่าว
อนึ่ง ในปี 2568 ที่ผ่านมา TK มีค่าใช้จ่ายในการบริหารรวม จำนวน 644.5 ล้านบาท ลดลง 21.5 % จาก 821.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา จากการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน ด้านต้นทุนทางการเงิน ปี 2568 จำนวน 11.5 ล้านบาท ลดลง 63.4% จาก 31.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทมีการกู้เงินน้อยลง ขณะที่บริษัทฯ มีสถานะเงินสด เงินฝาก และสินทรัพย์ทางการเงิน อยู่ที่ 3,524.6 ล้านบาท D/E ปี 2568 อยู่ที่ 0.06 เท่า ซึ่งลดลงจากสิ้นปี 2567 ที่ 0.08 เท่า