Dow - Eco Phoenix - สถาบันพลาสติก ผนึกกำลังหนุนต้นแบบ MRF เปลี่ยนขยะชุมชนเป็นมูลค่า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนไทย
Dow - Eco Phoenix - สถาบันพลาสติก ผนึกกำลังหนุนต้นแบบ MRF เปลี่ยนขยะชุมชนเป็นมูลค่า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนไทย
กรุงเทพฯ – 5 มีนาคม 2569 - ท่ามกลางความท้าทายด้านปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกปี ประเทศไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ 3 องค์กรชั้นนำจับมือกันผลักดัน “ขยะ” ให้กลายเป็น “ทรัพยากร” และเปลี่ยนรูปแบบการจัดการของเสียของไทยไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรมและครบวงจร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ร่วมกับ บริษัท อีโค ฟีนิกซ์ จำกัด (Eco Phoenix) และอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันพลาสติก (PITH) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนา “ต้นแบบโรงคัดแยกขยะชุมชน (Material Recovery Facility – MRF)” ที่สามารถเพิ่มมูลค่าขยะด้วยกระบวนการคัดแยกอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
จากปัญหาขยะ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจสีเขียว:
ปัจจุบัน ขยะจำนวนมากยังคงถูกกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ ทั้งที่ขยะเหล่านี้มีศักยภาพในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกมาก ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งศึกษารูปแบบธุรกิจ MRF ที่สามารถดำเนินงานได้จริง ในระดับชุมชน เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ Smart Recycling Hub ภายใต้ความร่วมมือของ PPP Plastics Network เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าพลาสติกหมุนเวียนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
Eco Phoenix จะถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกด้านการออกแบบผังโรงงาน เทคโนโลยี และการบริหารจัดการโรงคัดแยกขยะ สถาบันพลาสติกทำหน้าที่ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และประสานเครือข่ายภาครัฐ–เอกชน พร้อมให้คำแนะนำในการกำหนดมาตรฐานวัสดุรีไซเคิล ขณะที่ Dow สนับสนุนความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ เชื่อมโยงสู่ภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม และจัดการสื่อสารเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในวงกว้าง
เป้าหมายสำคัญของโครงการพัฒนาการเพิ่มมูลค่าขยะชุมชนโดยนำกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยวิธีการคัดแยก คือ การสร้าง “โมเดลต้นแบบ” เพื่อส่งมอบให้กับกรุงเทพมหานคร ที่สามารถขยายผลได้จริง และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของประเทศไทย
ประโยชน์ที่มากกว่าการจัดการขยะ:
ความร่วมมือนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การคัดแยกขยะ แต่คือการสร้างระบบใหม่ที่ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์ร่วมกันในระดับชุมชน จะเกิดแหล่งเรียนรู้และต้นแบบธุรกิจที่สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าขยะในพื้นที่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับประเทศ จะช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่ สนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมรีไซเคิลไทยในระดับสิ่งแวดล้อม จะลดปริมาณขยะฝังกลบ ลดการรั่วไหลของพลาสติก และช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คนรุ่นต่อไป
เสียงจากผู้นำ: “ขยะไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของคุณค่าใหม่”:
นายวิชาญ ตั้งเคียงศิริสิน ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “พลาสติกมีคุณค่าเกินกว่าจะกลายเป็นขยะ เพราะยิ่งเราเพิ่มการรีไซเคิลมากเท่าไร ก็ยิ่งลดคาร์บอนและลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศได้มากขึ้นเท่านั้น เศรษฐกิจหมุนเวียนจึงไม่ใช่แค่เรื่องการจัดการขยะ แต่คือคำตอบของทั้งวิกฤตสิ่งแวดล้อมและโอกาสทางเศรษฐกิจสีเขียว Dow เชื่อว่าขยะไม่ใช่จุดจบของผลิตภัณฑ์ แต่คือจุดเริ่มต้นของคุณค่าใหม่ จากประสบการณ์ศูนย์ MRF บ้านฉาง เราเห็นแล้วว่าหากมีระบบที่ดีและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ขยะสามารถกลายเป็นทรัพยากรที่สร้างประโยชน์ให้ชุมชนและประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม”
นายณัฏฐชัย ศิริโก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อีโค ฟีนิกซ์ จำกัด กล่าวว่า ”เราไม่ได้มองขยะเป็นแค่ของเสีย แต่คือ ’ทรัพยากรที่รอการปลดล็อกมูลค่า’ ระบบ MRF ที่แม่นยำและบริหารจัดการด้วยมาตรฐานสากล คือกลไกหลักที่จะพลิกโฉมวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส อีโค ฟีนิกซ์ พร้อมส่งมอบองค์ความรู้และนวัตกรรมทั้งหมดของเรา เพื่อปั้นโมเดลต้นแบบที่ทรงประสิทธิภาพ โปร่งใส และขยายผลได้จริง นี่ไม่ใช่แค่การจัดการขยะ แต่คือการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ที่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน”
นางสาวสินีนาฏ เล้าชินทอง รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก กล่าวว่า “สถาบันพลาสติกมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตควบคู่ความยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานวัสดุรีไซเคิล และพัฒนารูปแบบธุรกิจที่สามารถขยายผลได้ทั่วประเทศ สร้างระบบหมุนเวียนของพลาสติกที่แข็งแรงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ”
เมื่อภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคความรู้ ผนึกกำลังร่วมกัน “ขยะ” จึงไม่ใช่ภาระของสังคมอีกต่อไป หากแต่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ และเป็นกุญแจสำคัญสู่อนาคตที่ประเทศไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
เกี่ยวกับ ‘ดาว’
Dow (NYSE: DOW) เป็นหนึ่งในบริษัทวัสดุศาสตร์ชั้นนำของโลกที่ให้บริการลูกค้าในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง อาทิ บรรจุภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน ยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ความเป็นบริษัทระดับโลกที่มีโรงงานขนาดใหญ่และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ พร้อมด้วยความเป็นผู้นำทางธุกิจอันหลากหลายช่วยให้เราบรรลุการเติบโตอย่างมีผลกำไรและสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน ปัจจุบัน Dow มีฐานการผลิตใน 29 ประเทศและมีพนักงานประมาณ 34,600 คน โดยมียอดขายประมาณ 40,000 ล้านดอลลาห์สหรัฐในปี 2568
ทั้งนี้ การอ้างอิงถึง Dow หรือบริษัทฯ นั้นจะหมายความถึง Dow Inc. และบริษัทในเครือ โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ www.dow.com
เกี่ยวกับ ‘กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย’
กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow Thailand Group) เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 และได้ร่วมกับบริษัท เอสซีจี ก่อตั้งกลุ่มบริษัทร่วมทุนเอสซีจี-ดาว ในปี พ.ศ. 2530 (ในปี 2565 เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รีแบรนด์เป็น เอสซีจีซี) โดยในปัจจุบัน กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ประกอบด้วยบริษัทซึ่ง Dow เป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว และกลุ่มบริษัทร่วมทุนเอสซีจีซี-ดาว นอกจากนี้ ยังมีบริษัทร่วมทุนระหว่าง Dow และ โซลเวย์ ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ ดาว ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยมีโรงงานหลายแห่งตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง ตลาดหลักของกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทยได้แก่ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ การก่อสร้าง และยานยนต์ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ที่ https://www.dowfamilythailand.com/th/about_us.phpหรือติดตามเฟซบุ๊ก www.facebook.com/DowThailandGroup/