BLC ปรับทัพรับศึกภูมิรัฐศาสตร์! ลุยบริหาร API-สต็อกวัตถุดิบเข้ม ชูฐานะการเงินแกร่ง - หนี้ต่ำ งัดโซลาร์ฟาร์มหั่นต้นทุน ดันเป้า ‘Green Factory’ เสริมความมั่นคงทางยาไทย
BLC ปรับทัพรับศึกภูมิรัฐศาสตร์! ลุยบริหาร API-สต็อกวัตถุดิบเข้ม ชูฐานะการเงินแกร่ง - หนี้ต่ำ งัดโซลาร์ฟาร์มหั่นต้นทุน ดันเป้า ‘Green Factory’ เสริมความมั่นคงทางยาไทย
‘บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค หรือ BLC’ ประกาศยุทธศาสตร์รับมือความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลกและวิกฤตพลังงาน เร่งบริหารจัดการวัตถุดิบสารออกฤทธิ์ทางยา (API) อย่างเป็นระบบ พร้อมเพิ่มระดับ Safety Stock เพื่อความต่อเนื่องในการผลิตยาคุณภาพสูงทดแทนการนำเข้า ขณะที่ด้านต้นทุนเตรียมเปิดโครงการ Solar Farm เฟส 2 ไตรมาส 1/2569 คาดช่วยประหยัดค่าไฟกว่า 6 แสนบาทต่อเดือน มุ่งสู่เป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด 45% ภายในปี 2569 ชูฐานะทางการเงินแกร่ง D/E ต่ำ พร้อมรักษาเสถียรภาพราคาเพื่อความมั่นคงยาของไทย
ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC ผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สร้างความไม่แน่นอนในห่วงโซ่อุปทานโลก BLC ได้วางแผนบริหารจัดการ การจัดหาวัตถุดิบอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งการดำเนินงานตามรอบคำสั่งซื้อ (Order Cycle) เพื่อความคล่องตัว สำหรับวัตถุดิบกลุ่มสารออกฤทธิ์ทางยา (API) ซึ่งนำเข้าหลักจากประเทศจีนและอินเดีย และสารประกอบเพื่อนำมาใช้ในการผลิตยาจากยุโรป แม้เส้นทางการขนส่งจะไม่ผ่านพื้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่บริษัทฯ ยังคงติดตามและวางแผนเพื่อรองรับผลกระทบทางอ้อมจากต้นทุนโลจิสติกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าระวางเรือ (Freight) ค่าประกันภัย ซึ่งเป็นผลกระทบโดยรวม นอกจากนี้ สำหรับดีมานด์ในตลาดที่อาจจะพุ่งสูงขึ้นในระยะถัดไป บริษัทฯ มีการติดตามสถานการณ์ด้านราคาและความพร้อมของสินค้าอย่างใกล้ชิด และมีการวางแผนจัดหาอย่างรอบคอบ เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนและความต่อเนื่องของการผลิต พร้อมรักษาเสถียรภาพด้านราคา เพื่อความมั่นคงทางด้านยาของคนไทย
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BLCกล่าวเพิ่มเติมว่า BLC เล็งเห็นถึงบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านยาให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะในภาวะที่ทั่วโลกเกิดการแย่งชิงทรัพยากรตัวยา ด้วยการมุ่งเน้นการผลิตยาสามัญ (Generic Drugs) ที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการสูงสุดในประเทศ ผ่านกระบวนการทดสอบชีวสมมูล (Bioequivalence: BE) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยเทียบเท่ายาต้นแบบจากต่างประเทศ รวมทั้งการผลักดันผลิตภัณฑ์เข้าสู่ “บัญชียานวัตกรรมไทย” ของภาครัฐ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยให้หน่วยงานสาธารณสุขสามารถจัดซื้อยาคุณภาพที่ผลิตในประเทศได้อย่างมั่นใจ ลดการพึ่งพาการนำเข้ายาจากยุโรป สหรัฐฯ หรืออิสราเอลที่มีความเสี่ยงด้านการขนส่งในสภาวะสงคราม เพื่อให้ผู้ป่วยชาวไทยเข้าถึงยาได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดแคลน
“BLC เล็งเห็นถึงบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านยาให้กับประเทศไทย ในภาวะที่ทั่วโลกเกิดการแย่งชิงทรัพยากรตัวยา เราจึงมุ่งเน้นการผลิตยาสามัญคุณภาพสูงที่ผ่านการทดสอบชีวสมมูล (BE) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพเทียบเท่ายาต้นแบบ และช่วยให้หน่วยงานสาธารณสุขสามารถเข้าถึงยาที่ผลิตในประเทศได้อย่างมั่นใจ ลดการพึ่งพาการนำเข้าที่มีความเสี่ยงด้านการขนส่งจากสภาวะสงคราม แม้ในเบื้องต้นยังไม่พบสัญญาณการขาดแคลนของยาต้นแบบในระดับที่มีนัยสำคัญ แต่บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม” ภก.สุวิทย์ กล่าว