อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือกลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจ ตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบเสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม

อานิสงส์ “นะโม ตัดสด”! ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือกลุ่มมิตรผล ชาวไร่อ้อย และทุกภาคส่วน ร่วมใจ ตัดอ้อยสดตลอดฤดูหีบเสริมรายได้ สร้างพลังงานสะอาด รักษ์สิ่งแวดล้อม

   เมื่อ : 6 เม.ย. 2569

เมื่อโจทย์สำคัญในฤดูกาลผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล คือการทำไร่อ้อยควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การตัดอ้อยสดในช่วงเวลาเก็บเกี่ยว จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และนับเป็นพันธกิจหลักที่ กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารระดับโลก มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนในฤดูกาลหีบอ้อยปี 2568/2569 ด้วยการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่และการสื่อสารอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ “นะโม ตัดสด” คาถาแห่งการเริ่มต้นที่ยั่งยืน โดยจากนโยบายการส่งเสริมที่ดีจากภาครัฐผสานกับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเกษตรกรชาวไร่อ้อย ส่งผลให้กลุ่มมิตรผลมีปริมาณอ้อยสดเข้าสู่โรงงานมากกว่า 96% พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้เพิ่มจากการตัดอ้อยสด ผ่านโครงการรับซื้อใบอ้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย


นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล เปิดเผยว่า “ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ คือภาพสะท้อนของความร่วมแรงร่วมใจระหว่างเกษตรกร ชุมชน ภาครัฐ และเอกชน ผมขอขอบคุณพี่น้องเกษตรกรทุกท่านที่เชื่อมั่นในแนวทางการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ของกลุ่มมิตรผล หรือ “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” และความตั้งใจในการร่วมกันตัดอ้อยสดอย่างจริงจัง ซึ่งช่วยยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น แน่นอนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การตัดอ้อยสดไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวิธีการเก็บเกี่ยว แต่ยังเป็นการปรับแนวคิดและวิถีการทำเกษตรแบบเดิมไปสู่การทำเกษตรสมัยใหม่ โดยกลุ่มมิตรผลพร้อมเดินเคียงข้างเกษตรกรชาวไร่อ้อย ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อร่วมสร้างอนาคตเกษตรไทยที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในการผลักดันมาตรฐานวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลประเทศไทย เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก

มากกว่าคำขอบคุณ คือความภาคภูมิใจที่ได้เห็นพลังความร่วมมือของเกษตรกรในการเปลี่ยนผ่านมาสู่การทำไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” ที่กลุ่มมิตรผลได้ริเริ่มดำเนินงานมานานกว่า 10 ปี และมีปริมาณอ้อยสดเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จนในวันนี้เกษตรกรชาวไร่อ้อยของกลุ่มมิตรผลสามารถเพิ่มปริมาณส่งอ้อยสดเข้าหีบได้สูงกว่า 96% ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเกษตรกรไทยมีความรู้และได้เตรียมความพร้อมร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนในการปรับตัวสู่การทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายของภาครัฐในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืน และสนับสนุนความมุ่งมั่นของกลุ่มมิตรผลในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยเริ่มจากการเปลี่ยน “วิธีคิด” แบ่งปันและสร้างคุณค่าร่วมกัน เพื่อเปลี่ยน “อนาคต” ของภาคเกษตรไทยให้ไปต่อได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน