BAM เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก พลิกฟื้นทรัพย์รอขายสู่คุณค่าที่ยั่งยืน ผนึกกำลังอาศรมศิลป์ คืนชีวิต “บ้านพระพิทักษ์” บ้านไม้สองชั้นอายุ 88 ปี ฟื้นย่านเมืองเก่า สร้างต้นแบบการพัฒนาด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มอบโอกาสใหม่ให้ชุมชนและเมือง

BAM เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก พลิกฟื้นทรัพย์รอขายสู่คุณค่าที่ยั่งยืน ผนึกกำลังอาศรมศิลป์ คืนชีวิต “บ้านพระพิทักษ์” บ้านไม้สองชั้นอายุ 88 ปี ฟื้นย่านเมืองเก่า สร้างต้นแบบการพัฒนาด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มอบโอกาสใหม่ให้ชุมชนและเมือง

   เมื่อ : 9 เม.ย. 2569

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ  BAMเดินหน้าพลิกฟื้นสินทรัพย์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)กับสถาบันอาศรมศิลป์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ เพื่อการพัฒนาที่ ยั่งยืน ด้วยการ ผสานศิลปะและภูมิปัญญาชุมชน มุ่งสร้างคุณค่าแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างสมดุล ภายใต้ “โครงการทรัพย์แผ่นดินต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์”คืนชีวิต  “ บ้านพระพิทักษ์ อายุ 88 ปี พร้อมฟื้นย่านเมืองเก่าตรอกตึกดินที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สู่พื้นที่สร้างสรรค์ เชื่อมโยงผู้คน มอบโอกาสใหม่ สร้างรายได้ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน ปั้นเป็นโมเดลต้นแบบในการพัฒนาสินทรัพย์

นายวสันต์ เทียนหอม กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ และประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนBAM  กล่าวว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา BAM มีบทบาทดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ผ่านการบริหาร “ สินทรัพย์รอการขาย” หรือNPAมุ่งเปลี่ยนสินทรัพย์ที่เคยทิ้งร้างหรือหยุดนิ่งให้กลับมาสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้หลักการเติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมที่เรียกว่า CSR in Process ผสานมิติด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทำงานหลักขององค์กร

ทั้งนี้ BAM มองว่า NPA เป็น “ทรัพย์ของแผ่นดิน” ที่มีศักยภาพในการต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชน ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ แต่การพัฒนาจะเกิดคุณค่าได้อย่างแท้จริง ต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจของบริบทพื้นที่ ประวัติศาสตร์ และผู้คน จึงเป็นที่มาของ “โครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์” เพื่อยกระดับการพัฒนา NPA ให้ก้าวไปไกลกว่าการบริหารสินทรัพย์ทั่วไป สู่การสร้างคุณค่าร่วมที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการมี  ส่วนร่วมของชุมชน ผสานความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมจากสถาบันอาศรมศิลป์  ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการอนุรักษ์คุณค่าของพื้นที่ และการใช้งานในปัจจุบัน รวมถึงอนาคตได้อย่างเหมาะสม

 

“โครงการทรัพย์แผ่นดินฯ จะกลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลของ BAM ในการสร้างมูลค่าของสินทรัพย์   รอการขายที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสังคมและด้านธุรกิจแบบยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาสินทรัพย์รอการขายที่จะนำไปต่อยอดในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณภาพ” นายวสันต์ กล่าว

ด้านดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  BAM  กล่าวว่าโครงการทรัพย์แผ่นดินฯ ภายใต้วิสัยทัศน์  “พลิกฟื้นสินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน” โดยเริ่มต้น จากการพัฒนา  “บ้านพระพิทักษ์” บ้านไม้สองชั้นเก่าแก่อายุ  88  ปี บนเนื้อที่ 135.1  ตารางวา มูลค่ากว่า  36.78  ล้านบาท ให้กลายเป็นโมเดลต้นแบบของการนำ  NPA  มาคืนชีวิตและต่อยอดให้เกิดประโยชน์ เพื่อมอบโอกาสใหม่ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ ของพื้นที่  ซึ่งสะท้อน ความตั้งใจของ  BAM ในการยกระดับการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้เป็น “เครื่องมือแห่งการสร้างมูลค่าใหม่” ที่เชื่อมโยงทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย

โครงการทรัพย์แผ่นดินฯ “บ้านพระพิทักษ์” และย่านเมืองเก่าตรอกตึกดิน ตอกย้ำกลยุทธ์       CSR in Process ที่ฝังอยู่ในทุกขั้นตอนการพัฒนาขององค์กร และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG มุ่งตอบโจทย์และสร้างประโยชน์ต่อชุมชนเป็นสำคัญ ด้วยการผสมผสานแนวคิดพื้นที่สุขภาวะ (Well-being) เข้ากับย่านศิลปะและการออกแบบอย่างลงตัว ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็น “ย่านศิลปะและ    การออกแบบที่มีชีวิต” คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 8 เดือน โดยระยะแรกจะใช้พื้นที่บริเวณบ้านพระพิทักษ์จัดกิจกรรมแสดงผลงานด้านศิลปะในช่วงปลายปี 2569 พร้อมผลักดันเป็นแลนด์มาร์ก       การท่องเที่ยวแห่งใหม่ เชื่อมต่อเศรษฐกิจกับย่านเมืองเก่าโดยรอบ

 

“บ้านพระพิทักษ์” เป็นทำเลศักยภาพย่านเมืองเก่า ใกล้เสาชิงช้า และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดดเด่นรายล้อมด้วยร้านอาหารชื่อดังและจุดเช็กอินสำคัญ ซึ่งเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ จะทำให้ย่านนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงกว้าง ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่    ได้กว่า 600 คนให้ดีขึ้น ผ่านการดึงดูดกลุ่มคนใหม่ ๆ ให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของย่านนี้อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีผู้สัญจรและนักท่องเที่ยวเข้ามาราว 3,000 คน และเม็ดเงินจับจ่ายใช้สอยเพิ่มสูงขึ้น สร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ช่วยกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมระดับชุมชนทั้งในเชิงสังคมและเศรษฐกิจ

 

“นี่คือหัวใจสำคัญของแนวคิด “Transforming Non-Performing Assets into Enduring Value” การพลิกสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้กลายเป็นคุณค่าที่ยั่งยืน ไม่เพียงในเชิงธุรกิจ แต่รวมถึงคุณค่าที่เกิดขึ้นทั้ง 5 ดี ไม่ว่าจะเป็นดีต่อพนักงาน ดีต่อผู้ถือหุ้น ดีต่อลูกค้าและลูกหนี้ ดีต่อสังคม และ ดีต่อประเทศ ซึ่งถือเป็นหลักการดำเนินงานของ BAM ” ดร.รักษ์ กล่าว

 

ด้านอาจารย์ธีรพล นิยม ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันอาศรมศิลป์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ จำกัด สถาบันอาศรมศิลป์ กล่าวเสริมว่า โครงการทรัพย์แผ่นดินฯ เป็นหนึ่งโอกาสสำคัญที่สถาบันอาศรมศิลป์จะได้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับย่านเมืองเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานครโดยมี “บ้านพระพิทักษ์” เป็นคานงัดสำคัญในการริเริ่มขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงและการบริหารจัดการย่านแบบบูรณาการในอนาคต ผ่านการพัฒนาที่ผสานมุมมองหลากหลายและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน ผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐและเอกชน ตลอดจนภาควิชาการและวิชาชีพในด้านต่าง ๆ เช่น ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม การออกแบบเมือง และการบริหารจัดการ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูย่านให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งอย่างยั่งยืน 

 

“เราคาดหวังว่าบ้านพระพิทักษ์จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองรูปใหม่ที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งในวันนี้ไม่ใช่แค่การลงนามแต่คือการเริ่มต้นออกแบบอนาคตของย่านเมืองเก่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในโอกาสนี้ขอขอบคุณ BAM ที่เล็งเห็นคุณค่าของสินทรัพย์ ไม่ใช่เพียงในมิติของมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่รวมถึงคุณค่าทางสังคม วัฒนธรรม และศักยภาพในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะสร้างคุณค่าระยะยาวต่อชุมชน เมือง และสังคม” อาจารย์ธีรพล กล่าว

ประวัติความเป็นมา พันเอก พระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์

• เกิด พ.ศ. 2422 อ.เมือง จ.นครราชสีมา

• เริ่มรับราชการใน พ.ศ. 2437 เสมียนกรมทหารบก มณฑลนครราชสีมา

• หลัง พ.ศ. 2457 ย้ายไปกรมยกบัตรทหารบก สมุห์บัญชี รพ. สภากาชาด, กรมแพทย์สุขาภิบาล

• อดีตปลัดกรมบัญชีทหารบก

• ออกจากประจำการหลัง พ.ศ. 2475

• ถึงแก่อนิจกรรม พ.ศ. 2500 อายุ 78 ปี

ข้อมูลบ้านพระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์

บ้านพระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์ตั้งอยู่ในตรอกตึกดิน ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเมืองเก่ารัตนโกสินทร์ใกล้กับเสาชิงช้า และวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร     ปลูกสร้างประมาณ 88 ปี (พ.ศ. 2480) ซึ่งขณะนั้น (16 เม.ย. 2468 – 20 ก.พ. 2484) ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์คือนางพิทักษ์ ยุทธภัณฑ์ (มณี สุวรรณเหม) พิทักษ์ยุทธกิจ เป็นภริยาของ พันเอก พระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์ (ทอง สุวรรณเหม) “อดีตปลัดกรมบัญชีทหารบก”

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ